ผมเคยโพสกระทู้ถามในเวปนี้ว่าจะใช้รถต่อหรือขายดี สาเหตุก็มาจากปัญหาเรื่องเกียร์ของ R50 หลังจากวันนั้นผมได้ค้นคว้าหาข้อมูลในเรื่องระบบเกียร์ CVT จนมีความเข้าใจในระดับหนึ่งซึ่งช่วยให้ความกังวลที่มีอยู่หายไป ผมขออนุญาตแชร์ข้อมูลเผื่อมีสมาชิกบางท่านมีความรู้สึกเหมือนผม บทความนี้ผมเขียนขึ้นจากการอ่านและทำความเข้าใจโดยส่วนตัว ผิดถูกอย่างไรช่วยชี้แนะด้วยครับ
CVT ย่อมาจาก Continuously Variable Transmission เกียร์ CVT ถูกออกแบบมาให้มีการตอบสนองการใช้งานที่ต้องการอัตราทดที่ต่อเนื่อง หรืออาจจะพูดได้ว่าเกียร์ CVT มีอัตราทดเกียร์เป็นอินฟินิตี้ ด้วยเหตุนี้ทำให้อัตราการทดที่เหมาะสมสามารถถูกนำมาใช้ได้ตลอดเวลา จึงทำให้การเผาผลาญเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างเหมาะสม ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เกียร์ CVT มีการออกแบบและใช้งานมาหลายปีแล้วในรถทั้งค่ายยุโรปและญี่ปุ่น สามารถนำไปใช้กับรถขนาดตั้งแต่ 2 8 สูบ การปรับอัตราทดเกียร์จะใช้ระบบสายพานซึ่งสามารถรองรับแรงบิดที่สูงๆได้ ระบบเกียร์ CVT ให้การตอบสนองที่แม่นยำ ตราบเท่าที่มีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
หลักการทำงานของเกียร์ CVT ในระบบส่งกำลังทั่วๆไปจะใช้เฟืองเกียร์ประมาณ 5 คู่ขึ้นไป แต่ในระบบส่งกำลังแบบ CVT จะใช้เฟืองที่แข็งแกร่งเพียงคู่เดียว กับสายพานส่งกำลังที่ให้ตัวได้ การทำงานของระบบนี้จะใช้การปรับระยะห่างของมู่เล่ย์ที่เป็นแบบเทเปอร์เลื่อนเข้าออก ซึ่งจะทำให้ระยะของสายพานที่หมุนมู่เลย์ในแต่ละข้างเปลี่ยนแปลง ไปตามการเลื่อนเข้าออกของมู่เล่ย์ จะเห็นว่าสายพานจะรับภาระหนักในการส่งกำลังในแต่ละช่วงเกียร์ จึงมีการออกแบบสายพานให้มีส่วนผสมของโลหะ ซึ่งจะทำให้สายพานสามารถรับแรงฉุดกระชากได้ดีกว่าสายพานแบบยางทั่วๆไป
ข้อดีของเกียร์ CVT คือ มีราคาถูก (ผมว่าน่าจะหมายถึงการผลิต) มีขนาดที่เล็กและมีน้ำหนักเบา การเปลี่ยนอัตราทดเกียร์จะนุ่มนวลกว่า ที่สำคัญจะประหยัดน้ำมันกว่า (อันนี้ต้องทดสอบดูครับ)
ข้อจำกัดของเกียร์ CVT คือไม่สามารถใช้กับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่ๆได้ (ในอนาคตหากมีการพัตนาที่ดีขึ้นอาจจะใช้ได้ครับ) อัตราทดการเปลี่ยนเกียร์อาจจะไม่ตรงเป๊ะ เหมือนเกียร์ที่มีการฟิกอัตราทดแบบทั่วๆไป
เกียร์ CVT ของรถมินิหน้าตาแบบนี้
สาเหตุที่เกียร์พังก็มาจากสายพานเส้นนี้แหละครับ ซึ่งเราจะเห็นว่าขอบสายพานจะมีการเสียดสีกับตัวมู่เลย์อยู่ตลอด เวลา ยิ่งมู่เล่ย์มีการหมุนเร็วภาระก็จะไปตกอยู่ที่สายพานทำให้มีการสึกหรอมาก ดังนั้นการออกรถที่กระชากเกียร์แบบปรูดปราดจะเป็นการทำให้สายพานมีการสึกหรอมากขึ้น เพราะจะต้องมีระยะหมุนฟรีที่เร็วมากๆก่อนที่สายพานจะจับกับมู่เล่ย์
การยืดอายุของสายพานทำได้โดยการออกรถด้วยความนิ่มนวล ไม่กระชาก เมื่อสายพานจับกับมู่เลย์ดีแล้วจึงเพิ่มอัตราเร่ง ซึ่งจะช่วยลดแรงกระทำที่ขอบของสายพานได้ นอกจากนี้การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์อย่างสม่ำเสมอ และใช้น้ำมันเกียร์ถูกต้องตามสเปคโรงงานก็จะมีส่วนช่วยยืดอายุของสายพานได้
ที่ผมเช็คมาอีกอย่างคือเรื่องน้ำมันเกียร์ ควรเปลี่ยนบ่อยกว่าสเป็คนิดหนึ่งสำหรับรถที่ใช้งานหนัก เนื่องจากบ้านเราอากาศร้อนชื้นทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพไวกว่าปกติ มีเพื่อนสองคนใช้รถยุโรปค่ายหนึ่งมีอาการเกียร์พัง เท่าที่สอบถามดูเกิดจากระยะเวลาที่เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ที่กำหนด จากศูนย์นานไปครับ ทำให้เกียร์มีอายุการใช้งานสั้นลง
ปัจจุบันหลายค่ายรถขายรถได้มากแต่ไม่เพิ่มศูนย์บริการทำให้คิวการเข้าเช็ครถนาน ทางค่ายรถเลยแก้ด้วยการยืดระยะเวลาการเข้าศูนย์ที่เลขไมล์สูงขึ้น นัยว่าเป็นการประหยัดค่าบำรุงรักษา ผลทำให้รถเราต้องทนใช้สารหล่อลื่นที่หมดอายุ หรือ เสื่อมสภาพในระยะทางที่เพิ่มขึ้น นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้รถหลายๆค่ายมีปัญหาในเรื่องเครื่องยนต์และระบบเกียร์
เรื่องและภาพประกอบโดยคุณ naja